
การเลี้ยงลูกไม่ใช่แค่การเลี้ยงลูกให้จำ เลี้ยงด้วยกฎที่ตั้งขึ้นมา แต่การเลี้ยงลูกถือเป็นใช้จิตวิทยาอย่างหนึ่ง เพราะปัจจุบันการเลี้ยงลูกด้วยกฎ ด้วยความเข้มงวดอาจไม่ตอบโจทย์ในยุคสมัยนี้ ดังนั้นการเลี้ยงลูกให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เราจำเป็นต้องใช้จิตวิทยาเข้ามาด้วย ซึ่งการเลี้ยงลูกแบบจิตวิทยาเราต้องรู้เรื่องเหล่านี้
ค้นหาจุดแข็งจุดอ่อนของลูก
เด็กทุกคนมักมีความสามารถที่แตกต่างกันในด้านต่าง ๆ และในบทบาทของพ่อแม่ การสร้างความเชื่อมั่นในความสามารถของลูกเป็นสิ่งสำคัญ ควรรับรู้และสนับสนุนลูกเมื่อเขารู้สึกผิดหวังหรือล้มเหลว การค้นหาและพัฒนาความสามารถของลูกคือสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรกดขี่หรือกลั่นแกลนให้เขาต้องทำสิ่งที่เขาไม่สนใจ หรือดุด่าเขาให้ทำในทางที่เขาไม่ต้องการ ด้วยเหตุนี้เด็ก ๆ อาจปิดกั้นตัวเองหรือพยายามทำสิ่งที่หรือคิดเอง การสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการเติบโตเป็นสิ่งสำคัญ และควรเปิดโอกาสให้ลูกแสดงความรู้สึกและอภิปรายได้อย่างเปิดกว้าง ซึ่งจะช่วยให้คุณพ่อแม่เข้าใจลูกมากขึ้นในกรณีที่เกิดความขัดแย้งหรือปัญหาต่าง ๆ ขึ้นและป้องกันการโกหกของลูกในอนาคตได้ด้วยเช่นกัน
การควบคุมอารมณ์
นี้คือการสอนลูกให้รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง แต่ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่เองต้องสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองเสียก่อน ก่อนที่จะสอนลูก หากเรายังคงขาดสติในสถานการณ์ที่ผิดหวัง เราอาจทำให้ลูกเด็กได้รับบาดเจ็บ การควบคุมอารมณ์ของตนเองคือขั้นแรกในการสอนลูก โดยมองไปที่ว่าสถานการณ์นั้นเป็นแบบไหน หากสถานการณ์นั้นเริ่มแย่ลงจริง ๆ ให้ลองออกจากสถานการณ์นั้น หรือนับ 1-10 ในใจ เราควรทราบว่าในสถานการณ์จริง ๆ เด็ก ๆ อาจจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเราจะต้องใช้โอกาสนี้เพื่อสอนให้เข้าใจเรื่องอารมณ์และวิธีการจัดการอารมณ์ที่ดีให้ได้
อย่าเปรียบเทียบ
คุณพ่อคุณแม่ควรปรับตัวให้ห่างไกลจากการเปรียบเทียบลูกของเรากับลูกของคนอื่น ไม่ควรมองลูกของเราว่าเขาด้อยหรือไม่ดีกว่าใคร ควรพยายามเข้าใจพื้นฐานของเด็กแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน เด็กบางคนอาจมีความเก่งที่ด้านหนึ่งและไม่เก่งที่ด้านอื่น ซึ่งเราต้องเข้าใจและพยายามหาวิธีเลี้ยงดูที่เหมาะสมสำหรับเขา ควรพยายามสังเกตว่าลูกชอบหรือไม่ชอบอะไร และจะมีจุดเด่นและจุดอ่อนเป็นแบบไหน ด้วยเพื่อให้สามารถปรับตัวและส่งเสริมพัฒนาลูกได้อย่างเหมาะสม และให้ลูกเติบโตมีสุขภาพจิตใจที่แข็งแรง และมีความรักและความอบอุ่นไปด้วยด้วยความรักและความอบอุ่น
เรียนรู้ความความผิดพลาดและความผิดหวัง
อีกสิ่งสำคัญที่สุดคือการสอนให้ลูกเรียนรู้ว่าต้องเข้าใจความผิดพลาด ความผิดหวัง และความไม่สมบูรณ์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีหรือต้องหลีกเลี่ยง ในความเป็นจริงความผิดพลาดเป็นบทเรียน ความผิดหวังเป็นสิ่งที่เรียนรู้และเติบโต และความไม่สมบูรณ์เป็นส่วนสำคัญของความเป็นมนุษย์ทุกคน
สอนให้ลูกแสดงออกความรู้สึกออกมาอย่างที่เขารู้สึก
เคยได้ยินไหมว่า “อย่าร้องเลยลูก” หรือ “หยุดร้องนะลูก” คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนบางทีอาจต้องการให้ลูกรู้สึกเป็นปกติอย่างทันทีเมื่อเห็นลูกร้องไห้, หงุดหงิด, หรือโมโห แต่ความจริงแล้วการให้ลูกมีโอกาสแสดงความรู้สึกของเขาได้ออกมาอาจจะเป็นทางที่ดีกว่า นี่คือโอกาสในการเรียนรู้ว่าจะแสดงความรู้สึกอย่างไรและไม่รู้สึกต้องกดดันหรือเก็บกลัว เด็ก ๆ หลายคนมักโตมาโดยได้รับคำสอนจากพ่อแม่ว่าต้องเป็นคนแข็งแกร่งเสมอ แต่ความจริงแล้วทุกคนมีทั้งความรู้สึกและอารมณ์ เราสามารถแสดงความรู้สึกได้โดยไม่ต้องรู้สึกอับอาย เพราะมนุษย์ทุกคนมีความรู้สึกและอารมณ์เหมือนกันและมีสิทธิ์ในการแสดงออกถึงความรู้สึกของตนได้ ไม่ว่าเราจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่เราก็สามารถร้องไห้ได้และมีความรู้สึกอย่างปกติที่เหมือนคนอื่น ๆ ทั่วไป
